ลั่นทมต้นไม้อาภัพ..แต่สง่า หอมลึก

กรกฎาคม 29, 2017, 12:07:49 PM โดย ปื้น ปากพนัง
0
1276



หากอ่านบทความไม่พอดีกับจอมือถือ คลิ๊ก!!ดูเนื้อหาเกี่ยวข้อง> www.ubmthai.com เวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน >> https://www.pohchae.com     
.
.
  ตระกูล Apocynaceae ชื่อสามัญ Frangipani,Pagoda,Temple ถิ่นกำเนิด à¹€à¸¡à¹‡à¸à¸‹à¸´à¹‚กใต้ถึงตอนเหนือทวีปอเมริกาใต้ ลักษณะทั่วไป ลีลาวดี เป็นไม้ยืนต้น มีขนาดจากที่เป็นพุ่มเตี้ยแคระสูงประมาณ0.6 เมตร จนถึงต้นใหญ่มากอาจที่สูงได้ถึง 12 เมตร ลำต้นแผ่กิ่งก้านสาขาและพุ่มใบสวยงาม มีน้ำยางขนสีขาวเป็นพันธุ์ไม้ที่สลัดใบในฤดูแล้งก่อนที่จะผลิดอกผลิใบรุ่นใหม่ ชนิดและพันธุ์ที่มีลักษณะดี ต้องมีทรงพุ่มแน่น มีกิ่งก้านสาขามาก ใบดกที่ปลายกิ่ง มีช่อดอกใหญ่ กิ่งที่ยังไม่แก่มีสีเขียวออ่นนุ่ม กิ่งที่แก่มีสีเทามีรอยตะปุ่มตะป่ำ ใบ เป็นใบเดี่ยวมีการเรียงตัวสลับกันและหนาแน่นใกล้ๆปลายกิ่ง มีตั้งแต่สีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม มีเส้นกลางใบแตกสาขาออกไปคล้ายขนนก ขนาดใบแตกต่างกันตั้งแต่ 5-20 นิ้ว   ช่อดอก จะถูกผลิตออกมาจากปลายยอดเหนือใบแต่กก็มีบางชนิดที่ออกช่อดอกระหว่างใบหรือออกดอกใต้ใบ ช่อดอกบางชนิดตั้งขึ้น บางชนิดห้อยลง ใน 1 ช่อดอกจะมีดอกบานพร้อมกัน 20-30 ดอก บางต้นสมบูรณ์เต็มที่อาจมีดอกมากกว่า 100 ดอก ต่อ 1 ช่อ ดอกโดยทั่วไป กลีบดอกมี 5 กลีบ เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย อยู่ลึกเข้าไปข้างใน ดอกของ ลีลาวดีมีสีสรรหลากหลาย ทั้ง ขาว แดง เหลือง ชมพู ส้ม ม่วง สีทอง มีกลิ่นหอมต่างๆกันไปในแต่ละชนิด ดอกมีขนาด 2 - 6 นิ้ว มีกลิ่นหอม ผล เป็นฝักคู่ รูปยาวรี กว้างประมาณ 1.5 - 15 ซม.   เมื่อผลแก่จะแตกเป็น 2ซีก เมล็ดมีจำนวนมาก เมล็ดแบนมีปีก   ลีลาวดีมีช่วงชีวิตที่ยาวนานนับ 100 ปี ฤดูกาลออกดอก ออกดอกระหว่างเดือนกุมภาพันธุ์-เมษายน บางพันธุ์ออกดอกตลอดปี เช่น ขาวพวง สภาพการปลูก ลีลาวดี เป็นไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดด ทนต่อความแห้งแล้ง ไม่ชอบน้ำมาก ดินที่เหมาะสมในการปลูกลีลาวดี ควรมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย ส่วนดินเหนียวหรือดินที่มีเนื้อดินละเอียดหนักซึ่งน้ำขังง่าย จะทำให้รากเน่า โคนเน่าได้ ลีลาวดีจะเจริญเติบโตในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงหากไม่ได้รับแสงแดดเต็มที ก็จะไม่ออกดอก แต่บางพันธุ์ก็ไม่ต้องการแสงแดดจัดในช่วงบ่าย   การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด,การปักชำกิ่งการขยายพันธุ์แบบนี้จะไม่มีรากแก้ว,การเสียบยอดพันธุ์ดีสามารถทำให้ในหนึ่งต้น เสียบยอดให้ได้ดอกหลายสีได้ ,และการขยายพันธุ์โดยการติดตา การปลูกและดูแลรักษา การปลูกในกระถาง..ลีลาวดีจะตอบสนองต่อวัสดุปลูกที่มีความอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี มีอินทรีวัตถุและได้รับปุ๋ยเสริมตามความเหมาะสม สัดส่วนที่ปลูกในกระถางโดยทั่วไป... มูลวัวที่ย่อยสลายดีแล้ว 50% ใบไม้ผุ 25% ดิน 25% การให้น้ำ ใส่น้ำให้ดินในกระถางให้เปียกทั่วถึง จนน้ำส่วนเกินระบายออกทางรูระบายน้ำ แล้วปล่อยให้วัสดุปลูกแห้งก่อนให้น้ำครั้งต่อไปซึ่งอาจจะเป็นอาทิตย์ละ2ครั้ง หรือถ้าช่วงแล้งจัดๆ อาจเป็นวันเว้นวัน อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบความชื้นวัสดุปลูกอย่างสม่ำเสมอ แต่วัสดุปลูกที่มีขนาดเล็กละเอียด เมื่อถึงระยะหนึ่งจะอัดตัวแน่นและรากจะไม่สามารถเจริญผ่านจุดนี้ไปได้น้ำก็จะขังไม่สามารถระบายน้ำได้ในที่สุดจะทำให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่าได้ การปลูกลงดินในแปลงปลูกดินควรเป็นดินร่วนปนทราย ส่วนดินเหนียวหรือดินที่มีเนื้อดินละเอียดหนักซึ่งน้ำขังง่ายไม่เหมาะที่จะใช้ในการปลูก ดินควรมีมาณอินทรียวัตถุที่เหมาะสม สามารถดูดยึดความชื้นได้ดี ในขณะเดียวกันต้องมีการระบายน้ำได้ดี การให้น้ำ ในการปลูกลงดินให้น้ำแต่นอ้ยให้ปริมาณสัปดาห์ละครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพความชื้นอากาศด้วย ถ้าอากาศร้อนแห้งแล้ง ก็ต้องให้น้ำบ่อยกว่าปกติเพื่อรักษาความเขียวของใบ แต่ให้น้ำมากเกินไปก็จะมีการเจริญเติบโตทางกิ่งก้านมากและทำให้ไม่ออกดอก     การให้ปุ๋ย ลีลาวดีจะเจริญเติบโตงอกงามได้ดีที่สุดในปุ๋ยทีมีไนโตรเจนต่ำ ฟอสฟอรัสสูง และโพแทสเซียม ในปริมาณที่เพียงพอ เนื่องจากธาตุฟอสฟอรัสจะกระตุ้นการออกดอก โดยทั่วไปลีลาวดีจะแตกกิ่งกานเมื่อมีดอก ดังนั้นต้องให้ปุ๋ยที่ส่งเสริมการออกดอก..เมื่อออกดอกมากก็หมายถึงจะมีกิ่งก้านสาขามากตามมา ส่วนธาตุไนโตรเจนจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของลำต้น กิ่งก้าน ใบ แต่ถ้าได้รับมากเกินไป จะทำให้มีใบมากเกินไป และไม่มีดอก นอกจากนั้นยังต้องได้รับธาตุอาหารรองได้แก่ แคลเซี่ยมและกำมะถัน โดยเฉพาะธาตุแมกนีเซียม เพื่อป้องกันโรคใบไหม้รวมทั้งธาตุอาหารจุลธาตุที่เพียงพอ ได้แก่ ธาตุเหล็ก อลูมิเนียม ทองแดง แมงกานีส โมลิบดินัม โบรอน และคลอไรด์ โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยป้องกันอาการใบซีด  
ฤดูการออกดอก: ออกดอกตลอดปี
เวลาที่ดอกหอม: หอมตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน
การขยายพันธุ์:
การปักชำ (ดูรายละเอียดได้ที่นี่ à¸„ลิ๊ก)
การตอน à¸™à¸´à¸¢à¸¡à¹ƒà¸Šà¹‰à¸à¸±à¸šà¸à¸´à¹ˆà¸‡à¸‚นาดกลาง - ใหญ่ แต่ยากกว่าสายพันธุ์ขาวพวง
การเพาะเมล็ด à¸ªà¸²à¸¡à¸²à¸£à¸–ทำได้ แต่ต้องใช้เวลานานในการปลูก แต่ก็มีข้อดีที่ระบบรากแข็งแรงและอาจได้ต้นที่กลายพันธุ์ได้ โดยเฉพาะต้นที่ปลูกใกล้ๆ กับต้นที่มีลักษณะของดอกหรือต่างสายพันธุ์กัน
ข้อดีของพันธุ์ไม้:
มีการเปลี่ยนเป็นสีชมพูได้หากเป็นช่วงฤดูแล้ง หรือขาดน้ำ
ทรงพุ่มโดยธรรมชาติสวยงาม
ปลูกได้ดีในพื้นที่ที่มีน้ำน้อย แห้งแล้ง และดินเค็ม
เป็นพันธุ์ไม้หอมที่เหมาะสำหรับการบุกเบิกพื้นที่
ช่วงการปลูกกว้างมาก พบได้ตั้งแต่ชายทะเลถึงบนเขา
  เพิ่มเติม ...มีตำนานเล่าขานถึงที่มาของลั่นทมในลักษณะต่าง ๆ กัน อย่างไรก็ตามพันธุ์ไม้นี้ตามหลักสากลมีชื่อว่า ฟรังกีปานี (frangipani) และเรียกกันทั่วไปว่า พลัมมีเรีย (plumeria) -ลั่นทมเป็นต้นไม้อาภัพ เพราะบอกกันไว้หลายชั่วอายุคนว่า ห้ามนำมาปลูกไว้ในบ้าน โดยเฉพาะหน้าบ้าน เพราะลั่นทมจะทำให้เกิดความระทม -ต้นลั่นทม คนมุสลิมนิยมปลูกบนที่ฝังศพ  -ลั่นทมยางเยอะ  à¸¢à¸²à¸‡à¹‚ดนมือโดนเสื้อล้างออกยาก เพลี้ยขาวชอบ เวลาเพลี้ยลงดูไม่จืด ตัดใบทิ้งทั้งต้นพอใบใหม่งอกมันก็มาใหม่ -ยาง ของลั่นทม ที่เขาไม่อยากให้ปลูกในบ้านก็เพราะ ยางเจ้านี่ค่อนข้างอันตราย ถ้าเด็กๆ ไปปีนป่าย แล้วเกิดพลาดพลั้ง โดนยางหยดใส่ตา อาจทำให้ถึงกับบอดได้. -เดิมทีต้นนี้จะปลูกกันเฉพาะในวัดซะเป็นส่วนมาก.. เพิ่งมานิยมปลูกกันในรีสอร์ท แล้วก็แพร่หลายในบ้านคนทั่วไป..เหตุที่นิยมปลูกในวัดเพราะกลิ่นของดอกลีลาวดีมีผลต่อความรู้สึกทางเพศ  à¸¡à¸±à¸™à¸ˆà¸°à¹„ปกดกำหนัดให้ไม่มีอารมณ์ทางเพศ จึงนิยมปลูกกันในวัด เพื่อให้พระลดกำหนัดลง.. ลั่นทม à¹€à¸›à¹‡à¸™à¹„ม้ที่นำมาจากเขมร ทางภาคใต้ เรียกชื่อว่า "ต้นขอม" ส่วนใหญ่ที่ปลูกกันเป็น "ลั่นทม" เล่ากันว่า ไม้นี้นำเข้ามาปลูกในไทย เมื่อคราวไปตีนครธม ได้ชัยชนะ นำต้นไม้นี้เข้ามาปลูก และเรียกชื่อเป็นที่ระลึกว่า "ลั่นธม" "ลั่น" แปลว่า ตี เช่น ลั่นฆ้อง ลั่นกลอง "ธม" หมายถึง "นครธม" ภายหลัง "ลั่นธม" เพี้ยนเป็น "ลั่นทม" ลั่นทม à¹€à¸›à¹‡à¸™à¸žà¸·à¸Šà¸™à¸´à¸¢à¸¡à¸›à¸¥à¸¹à¸à¹€à¸žà¸£à¸²à¸°à¸”อกมีสีสันหลากหลาย สวยงาม ได้แก่ขาว เหลืองอ่อน แดง ชมพู สีขาวขุ่น ฯลฯ บางดอกมีมากกว่า 1 สี ดอกลั่นทม à¸¢à¸±à¸‡à¹€à¸›à¹‡à¸™à¸”อกไม้ประจำชาติของประเทศลาว à¹à¸¥à¸°à¸žà¸šà¹„ด้มากบริเวณทางขึ้นพระธาตุที่เมืองหลวงพระบาง à¸ªà¸³à¸«à¸£à¸±à¸šà¹ƒà¸™à¸›à¸£à¸°à¹€à¸—ศไทยนั้นมักพบต้นลั่นทมตามธรรมชาติทางภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่..   ขอบคุณ http://guru.sanook.com/23303 http://jitlada-043.blogspot.com/2008/08/blog-post.html http://clgc.agri.kps.ku.ac.th/index.php/linkoldfragrant/248-plumeriar https://sites.google.com/site/prawtoma150/prawati-dxk-lila-wdi https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88% https://pantip.com/topic/30673376




ยังไม่มีความคิดเห็น