อัลฟัลฟา“ราชาแห่งอาหารทั้งมวล”

กุมภาพันธ์ 01, 2018, 11:31:29 AM โดย ปื้น ปากพนัง
0
436
หากอ่านบทความไม่พอดีกับจอมือถือ คลิ๊ก!!ดูเนื้อหาเกี่ยวข้อง>www.ubmthai.com เวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน >>https://goo.gl/NMTbjg



  />

อัลฟัลฟ่า

ถั่วอัลฟัลฟ่า (อัลฟัลฟา, หญ้าอัลฟัลฟ่า) ชื่อสามัญ Alfalfa, Lucerne (ลีวเซอน) อัลฟัลฟ่า จัดเป็นพืชในตระกูลถั่ว เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันตกและในแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง จึงได้รับการขนานนามว่าคือ “ราชาแห่งอาหารทั้งมวล” (AL-FAS-FAH-SHA) หรือเป็น “บิดาของอาหารทุกชนิด” (Father of all foods) อัลฟัลฟา (Alfalfa) มีระบบรากที่มหัศจรรย์มาก โดยสามารถชอนไชลงไปได้ลึกกว่า 130 ฟุต จึงมีประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุอาหารได้มากกว่าและบริสุทธิ์กว่า โดยไม่สะสมสารพิษ ชาวอาหรับโบราณให้การยอมรับว่า “อัลฟัลฟา (Alfalfa)” เป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง มามากว่า 2,000 ปีก่อนคริสต์กาล จึงขนานนาม อัลฟัลฟา (Alfalfa) ให้เป็น AL-FAS-FAH-SHA หรือ “ราชาแห่งอาหารทั้งมวล” หรือบิดาของอาหารทุกชนิด (Father of All Foods) อัลฟัลฟา (Alfalfa) นิยมนำมาใช้ทำเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต่าง ๆ เช่น ครีมอาบน้ำ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเส้นผม เป็นต้น และยังพบว่ามีอยู่ในผลิตภัณฑ์ยาเม็ดสำเร็จรูปต่างๆอีกด้วย สารอาหารสำคัญใน Alfalfa อาทิ Beta Carotene, Beta-Glucan, Poly Cosanol, Saponin, Chlorine Chlorophyll, Isoflavone, Enzyme,... - มีกรดอะมิโนจำเป็นมากถึง 8 ชนิดที่ร่างกายต้องการ - มีวิตามิน A-Z ครบทุกตัว - มีเกลือแร่มากมาย ฟอสฟอรัส โปรแทสเซี่ยม แคลเซี่ยม สังกะสี เซเลเนียม และแมกนีเซียม - มีเอนไซม์หลัก 8 ชนิด ไลเปส อาไมเลส โคกุเลส อีมูลซีน อินเวอร์เคส เปอร์อ๊อกซีเดส เพดติเนส สรรพคุณของอัลฟัลฟ่า 1. อัลฟัลฟ่ามีสารแคโรทีนและอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกาย จึงเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายระหว่างพักฟื้นจากการรักษาโรคต่างๆ 2. ช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ และช่วยยั้งยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง 3. สารไฟโตเอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โดยสารที่จัดเป็นสารประเภทไฟโตรเอสโตรเจนที่มีอยู่ในอัลฟัลฟ่าได้แก่ Isoflavones, Coumestans, และสาร Lignans 4. สารซาโปนินที่พบในอัลฟัลฟ่า มีลักษณะเหมือนกันกับที่พบในรากโสม ซึ่งมันมีสรรพคุณช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทและช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้อย่างเหมาะสมและเป็นปกติ 5. อัลฟัลฟ่ามีเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันโรค ช่วยทำให้ผิวหนังและเยื่อบุผิวหนังมีสุขภาพดี 6. อัลฟัลฟ่าอุดมไปด้วยธาตุฟลูออไรด์และแคลเซียม ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟันได้เป็นอย่างดี 7. ช่วยลดความดันโลหิต ลดปัญหาเส้นเลือดหัวใจตีบ ช่วยทำให้ผู้ที่เป็นโรคต้อกระจกมองเห็นได้ดีขึ้น 8. ช่วยลดระดับน้ำตาลและปรับระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน 9. ในสหรัฐอเมริกาได้แนะนำให้ใช้อัลฟัลฟ่าในการรักษาภาวะโลหิตจาง ช่วยสนับสนุนการจับตัวของเลือด 10. ช่วยขับสารพิษออกจากเลือดและอวัยวะภายใน ลดการตกค้างของของเสียตามผิวหนัง ช่วยทำให้เลือดสะอาดและไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณผ่องใสและสุขภาพที่ดี มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ชอบรับประทานเนื้อสัตว์ 11. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเม็ดเลือดแดง ทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น 12. สารซาโปนินจะช่วยลดการอุดตันของเกร็ดเลือดในเส้นเลือดฝอย ช่วยลดอัตราของการเกิดความจำเสื่อม และภาวะไขมันในเลือดสูงได้ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ 13. ส่งเสริมการดูดซึมของโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ช่วยบำรุงเส้นผม ลดอาการผมร่วง ทำให้ผมหงอกกลับดำขึ้น 14. อัลฟัลฟ่ามีส่วนช่วยฟื้นฟู บรรเทาอาการของผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะติดสารเสพติดและติดแอลกอฮอล์ได้ 15. วิตามินเคจากอัลฟัลฟ่า จะช่วยป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนได้และทำให้ผู้ที่เป็นภูมิแพ้มีอาการที่ดีขึ้น 16. จากการศึกษาพบว่าสารซาโปนินและสารประกอบอื่นในอัลฟัลฟ่า พบว่ามีความสามารถในการยึดติดในคอเลสเตอรอลกับเกลือน้ำดี ช่วยป้องกันและชะลอการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากอาหาร จึงช่วยทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดต่ำ ช่วยป้องกันการสะสมไขมันในหลอดเลือด และช่วยควบคุมระดับความเข้มข้นของคอเลสเตอรอลให้เป็นปกติ 17. อัลฟัลฟ่ามีไฟเบอร์จากธรรมชาติอยู่สูงมาก และยังมีประโยชน์ในการช่วยฟื้นฟูภาวะลำไส้อ่อนแอ ช่วยในการลำเลียงของเสียออกจากระบบได้เป็นอย่างดี จึงทำให้หลอดลำไส้มีสุขภาพที่ดี 18. ช่วยแก้อาการเบื่ออาหารและอาการดูดซึมอาหารได้ไม่ดี แพทย์ชาวจีนได้มีนำใบอัลฟัลฟ่าอ่อนเพื่อใช้ในการรักษาอาการย่อยไม่เป็นปกติ เช่นเดียวกับแพทย์ชาวอินเดียที่ใช้ใบและดอกในการรักษาการย่อยที่ทำงานได้น้อย (ใบ,ดอก) 19. มีแพทย์จำนวนมากที่ใช้อัลฟัลฟ่าเพื่อรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหาร เช่น การมีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก มีอาการจุดเสียดเป็นประจำ เป็นแผลในกระเพาะอาหาร เป็นโรคเบื่ออาหาร เป็นต้น 20. อัลฟัลฟ่ายังมีเอนไซม์ที่ช่วยทำให้การดูดซึมอาหารภายในร่างกายเป็นปกติ มีสารที่ช่วยเคลือบผิวของกระเพาะอาหารให้มีความแข็งแรง และยังพบว่าอัลฟัลฟ่าสามารถช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร รักษาแผลในกระเพาะลำไส้ได้เป็นอย่างดี 21. ช่วยในการขับถ่ายและการปัสสาวะให้เป็นปกติ ช่วยแก้ปัญหาท้องผูก บรรเทาอาการของริดสีดวงทวาร 22. อัลฟัลฟ่าถูกนำมาใช้ในการรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ไต และต่อมลูกหมากที่ทำงานผิดปกติ 23. สาร Isoflavone ในอัลฟัลฟ่า จะเข้าไปช่วยชดเชยระดับเอสโตรเจนที่ต่ำลงในสตรีในช่วงใกล้หมดประจำเดือน ช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ลดอาการผิดปกติในช่วงมีประจำเดือน เช่น มีอาการหงุดหงิดง่าย ร้อนวูบวาบตามตัว เป็นต้น 24. ช่วยปรับสภาพของผู้หญิงวัยทอง ลดปัญหาและ ช่วยบรรเทาอาการจากภาวะการหมดประจำเดือนของสตรี 25. อัลฟัลฟ่าถูกนำมาใช้ในประเทศจีนตั้งแต่ในช่วงศตวรรษที่ 6 โดยนำมาใช้เพื่อรักษาโรคไต และบรรเทาอาการตัวบวม 26. ชาวอินเดียในอเมริกาเหนือได้แนะนำให้ใช้อัลฟัลฟาในการรักษาโรคดีซ่าน 27. มีการใช้อัลฟัลฟ่าเพื่อช่วยบำบัดโรคข้อต่ออักเสบ แก้อาการปวดข้อ ข้อแข็ง และรูมาตอยด์ เนื่องจากอัลฟัลฟ่าจะช่วยปรับสมดุลของกรดด่างในร่างกาย ช่วยป้องกันการสะสมตัวของกรดยูริกและกรดอื่น ๆ ตามข้อต่อต่าง ๆ 28. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยลดแผลอักเสบ ช่วยทำให้อาการชา บวม ของเส้นเลือดขอดบรรเทาลง 29. อัลฟัลฟ่าเป็นพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอย่างหลากหลายและครบถ้วน มันจึงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ และช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนมของแม่ได้ดีมากขึ้น 30. สารไฟโตเอสโตรเจนเป็นตัวช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย การรับประทานอัลฟัลฟ่าจะช่วยทำให้ผู้ที่เป็นสิวง่าย มีปริมาณการเกิดสิวลดลง ทำให้ผิวหน้าดูสะอาดขึ้น (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database) ขอขอบคุณ.. https://web.facebook.com/notes/%E0%B8%84%E0%B8%B.. http://chawin.thefreedomonline.com/article-detail.php?id.. http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php

หากอ่านบทความไม่พอดีกับจอมือถือ คลิ๊ก!!ดูเนื้อหาเกี่ยวข้อง>www.ubmthai.com เวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน >>https://goo.gl/NMTbjg




ยังไม่มีความคิดเห็น