ปลูกฝรั่ง
108เกษตร
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน ตุลาคม 01, 2014, 03:09:30 PM


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกฝรั่ง  (อ่าน 1029 ครั้ง)
admin
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: กันยายน 09, 2011, 07:45:31 PM »

ฝรั่ง

   
    สถานการณ์ทั่วไป
              ฝรั่งเป็นไม้ผลที่เจริญเติบโตได้ดีในทุกภาคของประเทศไทย และให้ผลผลิตตลอดทั้งปี ฝรั่งในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นการผลิตเพื่อบริโภค ภายในประเทศ นอกจากนั้นยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้และแปรรูปเป็นน้ำผลไม้และฟรุ ทสลัดส่งไปจำหน่ายต่างประเทศได้ปีละหลายล้านบาท
 
 
 
 
ลักษณะทั่วไปของพืช
           ฝรั่งเป็นไม้ผลที่ทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดี สามารถขึ้นได้ในดินทุกชนิด สภาพดินควรมีความสมบูรณ์มาก ระบายน้ำได้ดี ดินมีสภาพความเป็นกรดเป็นด่าง4.5-8.2 มีปริมาณน้ำฝน 1,000-3,000 มิลลิเมตร/ปี ทรงพุ่มสูงประมาณ 3-5 เมตร จะเริ่มให้ผลเมื่อปลูกได้ประมาณ 1 ปี เริ่มออกดอกจนถึงเก็บผลใช้เวลาประมาณ4-5 เดือน ผลผลิตประมาณ 170 ผล/ต้น/ ไร่ โดยเฉลี่ยผลละ 300-500 กรัม ฤดูกาลเก็บเกี่ยวปกติอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม (มากที่สุด) โดยปกติแล้วฝรั่งจะให้ผลผลิตเกือบตลอดทั้งปี
 
 
 
 
การปลูก
  วิธีการปลูก
1. ใช้ต้นพันธุ์ฝรั่งที่ได้จากการตอนกิ่งหรือปักชำ
2. ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน
3. ขุดหลุมปลูกให้มีขนาดกว้างและลึกประมาณ 50 ซม.
4. ผสมดิน ปุ๋ยคอกจำนวน 5 กิโลกรัม และปุ๋ยร็อคฟอสเฟตจำนวน 500 กรัม เข้าด้วยกันในหลุมสูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม
5. ยกถุงกล้าต้นไม้วางในหลุม โดยระดับของดินในถุงสูงกว่าระดับดินปากหลุมเล็กน้อย
6. ใช้มีดที่คมกรีดถุงจากก้นถุงขึ้นมาถึงปากถุงทั้ง 2 ด้าน (ซ้ายและขวา)
7. ดึงถุงพลาสติกออก โดยระวังอย่าให้ดินแตก
8. กลบดินที่เหลือลงในหลุม
9. กดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น
10. ปักไม้หลักและผูกเชือกยึด เพื่อป้องกันลมโยก
11. หาวัสดุคลุมดินบริเวณโคนต้น เช่นฟางข้าว หญ้าแห้ง
12. รดน้ำให้ชุ่ม
13. ทำร่มเงา เพื่อช่วยพรางแสงแดด
ระยะปลูก
 ระยะปลูก 3 x 4 เมตร (พื้นที่ไม่ยกร่อง)
ระยะปลูก 3x2.5x7.5 เมตร (ปลูก 2 แถว)
จำนวนต้น/ไร่
  จำนวนต้นเฉลี่ย 120 ต้น/ไร่ แบบยกร่องปลูกได้ประมาณ 150 ต้น/ไร่ (ปลูก 2 แถว)
 
 
 
 
การดูแลรักษา
  การให้ปุ๋ย
สำหรับต้นฝรั่งที่ให้ผลแล้วควรมีการให้ปุ๋ย ดังนี้
  1. บำรุงต้น ควรใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15
 2. สร้างตาดอก ควรใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12
 3. บำรุงผล ควรใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16
 4. ปรับปรุงคุณภาพผล ควรใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21
(ส่วนปริมาณการให้ปุ๋ย ประมาณ 500 กรัม / ต้น / ครั้ง)
การให้น้ำ
        หลังจากปลูกฝรั่งแล้วคอยรดน้ำให้ในช่วงระยะแรกจนต้นฝรั่งตั้งตัว หลังจากนั้นก็ต้องสังเกตดูความชุ่มชื้นของดิน ถ้าดินแห้งมากต้องรีบให้น้ำ และถ้ามีฝนตกหนักก็ควรระบายน้ำออกบ้าง ช่วงที่เว้นการให้น้ำ คือช่วงที่ฝรั่งกำลังจะออกดอก เมื่อติดผลแล้วจึงให้น้ำและค่อยๆเพิ่มขึ้นตามความต้องการของต้นฝรั่ง ปริมาณความชื้นของต้นในระหว่างการออกผลมีความสำคัญ เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาผลร่วง ผลแตก และทำให้ผลเล็ก
การปฏิบัติอื่นๆ เช่น การตัดแต่งกิ่ง การเด็ดยอด เป็นต้น
         การตัดแต่งกิ่งจะช่วยให้ฝรั่งเกิดกิ่งอ่อนและมีช่อดอกออกมาด้วย โดยทั่วไปต้นที่สมบูรณ์จะตัดกิ่งก้านออก 25 - 30 % สำหรับต้นที่ไม่แข็งแรงให้ตัดกิ่งออกประมาณ 20 % นอกจากการตัดแต่งกิ่งแล้ว การทำให้ใบร่วงจะทำให้ระยะการเก็บเกี่ยวสั้นลง และการปลิดผลจะมีความจำเป็นในสวนที่ผลิตเพื่อบริโภค ผลสด โดยปลิดให้เหลือประมาณ 2 - 6 ดอก/กิ่ง แต่ถ้าจะให้ผลขนาดใหญ่มีคุณภาพควรให้เหลือเพียง 1 ผล เท่านั้น
การป้องกันกำจัดศัตรูพืช
-ใบอ่อน จะถูกทำลายโดยเพลี้ยแป้ง ป้องกันโดยพ่นด้วยสารละลายอะโซดริน 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร
- ช่วงออกดอกถึงผลอ่อน การทำลายเกิดจาก แมลงวันผลไม้ เพลี้ยไฟ และแมลงวันทอง ป้องกันโดยใช้สารมาลาไธออน หรือ ไดเมทโธเอท ผสมโปรตีน ไฮโดรไลเชท โดนฉีดพ่นในตอนเช้าตรู่ พ่นทุกๆ 7 วันติดต่อ 4 - 5 ครั้ง ก่อนเก็บเกี่ยว โดยจะพ่นเป็นจุดๆบนใบแก่เท่านั้น
- โรคโคนเน่า ป้องกันโดยใช้สารเมธาแลกซิล
  การปฏิบัติการหลังการเก็บเกี่ยว
 1. ก่อนการเก็บเกี่ยว
  - ควรปลิดผลให้เหลือ 1-2 ผลในแต่ละช่อ และห่อผลโดยใช้ถุงห่อหรือถุงหูหิ้วพลาสติก เพื่อป้องกันแมลงวันผลไม้ และหุ้มด้วยกระดาษอีกชั้นหนึ่งเพื่อไม่ให้ถูกแดด โดยจะเริ่มห่อเมื่อผลมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 เซนติเมตร

2. การเก็บเกี่ยว
  - จะเก็บเกี่ยวด้วยมือหรือกรรไกร ถ้าต้นสูงก็ใช้บรรไดขึ้นเก็บพร้อมใส่ตะกร้า ควรเก็บเกี่ยวในช่วงเช้าและอย่าให้ผลช้ำ

3. การปฏิบัติการหลังการเก็บเกี่ยว
  - เมื่อนำมาไว้ในโรงเรือนเพื่อทำความสะอาด พร้อมทั้งคัดขนาดโดยตัดผลที่ไม่ได้ขนาด ผลเน่า หรือผลไม่ได้คุณภาพออก ก็นำไปบรรจุกล่องหรือเข่ง (จะต้องบุด้วยใบตอง) เพื่อรอจำหน่ายต่อไป กรณีส่งออกควรมีการหุ้ม พลาสติกยืดหรือเคลือบไขเพื่อลดการคายน้ำ ควรหุ้มด้วยโฟมตาข่ายอีกครั้งก่อนบรรจุลงกล่อง เพื่อป้องกันการช้ำหรือกระทบของผิว

4. การเก็บรักษา
  - ควรเก็บในอุณหภูมิ 9-10 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 90-95% จะเก็บได้นานถึง 3 สัปดาห์
 
 
 
 
ปฏิทินการดูแลรักษา
ม.ค.- ก.พ มี.ค- เม.ย พ.ค -มิ.ย  ก.ค -ธ.ค
- ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ  - ใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมี สูตร 15- 15-15  - เริ่มออกใบอ่อนและ ทยอยออก  - ติดผลเป็นระยะ ฉีดพ่นสาร
เคมีป้อง กันกำจัดโรคแมลง
- เลือกเก็บเกี่ยวผลผลิต  - ตัดแต่งกิ่ง  -ฉีดพ่นสารเคมีป้อง กันกำจัด
โรคแมลง  - เมื่อผลมีอายุ 50 วัน เริ่มห่อผล
ด้วย ถุงพลาสติก
      - เลือกเก็บเกี่ยวผลผลิต

ขอขอบพระคุณข้อมูลดีๆจากคุณworathep-LSV team
http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?topic=792.0
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF

Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM